ระบบคลังสินค้า

ผู้จัดการฝ่ายคลัง

-   สามารถเรียกดูข้อมูลออเดอร์จากระบบการขายได้ แต่ไม่สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไขได้
-  สามารถเรียกดูข้อมูลการเพิ่ม ลบ แก้ไข สินค้าย้อนหลังได้
-  สามารถเรียกดูข้อมูลการเบิกสินค้าย้อนหลังได้
-  สามารถเรียกดูข้อมูลสินค้าคงเหลือได้
-  สามารถเรียกดูข้อมูลการเพิ่มสินค้าย้อนหลังได้
พนักงานคลัง
-  สามารถเพิ่มลบ แก้ไข ข้อมูลสินค้าในคลังได้
-  สามารถเรียกดูข้อมูลสินค้าคงเหลือได้
-  สามารถ เพิ่ม ลบ แก้ไข ข้อมูลสินค้าได้
-  สามารถทำใบเบิกสินค้าได้

การเสนอแนวทางเลือกในการนำระบบพัฒนาระบบการคลังมาใช้งาน
             หลังจากที่ได้วิเคราะห์ระบบเดิม และความต้องการของระบบใหม่ที่ทีมงานได้รวบรวมจากผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว และผ่านการอนุมัติให้ดำเนินโครงการแล้ว จากนั้น จึงได้จำลองขั้นตอนการทำงานของระบบใหม่มานำเสนอให้ผู้บริหารและผู้ใช้ระบบเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและนำมาแก้ไขให้ตรงตามความต้องการ 
         แนวทางเลือกเพื่อนำระบบใหม่มาใช้งาน โดยจะบอกถึงรายระเอียดของระบบที่จะพัฒนามีดังนี้ ระบบการคลังโดยมีแนวทางเลือกจานวนทั้งสิน 2 ทางเลือก

1.ซื้อซอฟแวร์สำเร็จรูป

2.จ้างบริษัทภายนอกเพื่อพัฒนาระบบ


การเสนอแนวทางเลือกในการนำระบบใหม่มาใช้งานทางเลือกที่

ทางเลือกที่ 1 : การจัดซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูป มีรายละเอียดดังตาราง

การประเมินแนวทางเลือกที่ 1
ทางทีมงานได้ทาการประเมินผลแนวทางเลือกซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม โดยกำหนดเกณฑ์การให้น้าหนัก (คะแนน) เชิงปริมาณเปรียบเทียบไว้เป็น 4 ระดับ ดังนี้

  น้ำหนักเท่ากับ 4 ช่วงคะแนน 100-90 เปอร์เซ็นต์ เกณฑ์ที่ได้ ดีมาก
  น้ำหนักเท่ากับ 3 ช่วงคะแนน 89-70 เปอร์เซ็นต์ เกณฑ์ที่ได้ ดี
  น้ำหนักเท่ากับ 2 ช่วงคะแนน 69-50 เปอร์เซ็นต์ เกณฑ์ที่ได้ พอใช้

  น้ำหนักเท่ากับ 1 ช่วงคะแนน 49-30 เปอร์เซ็นต์ เกณฑ์ที่ได้ ปรับปรุง


สรุปผลการประเมินแนวทางเลือกที่ 1

สรุปผลการประเมินแนวทางเลือกและคัดเลือกซื้อ Software B มาใช้งาน เนื่องจากมีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการมากที่สุด

ทางเลือกที่ 2 : ว่าจ้างบริษัทภายนอกเพื่อพัฒนาระบบ มีรายละเอียดดังตารางต่อไปนี้


การประเมินแนวทางเลือกที่ 2
ทางทีมงานได้ทำการประเมินผลแนวทางเลือกว่าจ้างบริษัทภายนอกเพื่อพัฒนาระบบ ที่เหมาะสม โดยกำหนดเกณฑ์การให้น้ำหนัก (คะแนน) เชิงปริมาณเปรียบเทียบไว้เป็น 4 ระดับ ดังนี้

น้ำหนักเท่ากับ 4 ช่วงคะแนน 100-90 เปอร์เซ็นต์ เกณฑ์ที่ได้ ดีมาก
น้ำหนักเท่ากับ 3 ช่วงคะแนน 89-70 เปอร์เซ็นต์ เกณฑ์ที่ได้ ดี
น้ำหนักเท่ากับ 2 ช่วงคะแนน 69-50 เปอร์เซ็นต์ เกณฑ์ที่ได้ พอใช้
น้ำหนักเท่ากับ 1 ช่วงคะแนน 49-30 เปอร์เซ็นต์ เกณฑ์ที่ได้ ปรับปรุง


สรุปผลการประเมินแนวทางเลือกที่ 2
สรุปผลการประเมินแนวทางเลือกและคัดเลือกว่าจ้างบริษัทติดตั้งระบบ B มาใช้งาน เนื่องจากมีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการมากที่สุด

เปรียบเทียบแนวทางเลือกทั้ง2
ผลจากการพิจารณาแนวทางเลือกของทีมงานจากทั้งสองแนวทาง จะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของผู้บริหารเพื่อพิจารณาเลือกแนวทางตามที่ได้นำเสนอจากทีมงานพัฒนาพร้อมข้อเสนอแนะในแต่ละแนวทางเลือกหลักทั้งสอง โดยมีรายละเอียดดังตารางต่อไปนี้

ข้อเสนอแนะแนวทางเลือกทั้ง2แนวทาง

แนวทางเลือกที่ 1 การจัดซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จระบบB
ข้อดี ระบบ มีความสามารถพัฒนาระบบได้ตรงตามข้อกำหนดคุณสมบัติทางเทคนิคและความต้องการ ของบริษัทที่ได้จัดทำไว้ราคาต้นทุน/ค่าบำรุงรักษาระบบไม่สูงมากนัก
ข้อเสีย ระบบไม่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการแต่ก็ไม่กระทบองค์กรใช้ระยะเวลาในการติดตั้งและฝึกอบรมการใช้งานนาน

แนวทางเลือกที่ 2 การว่าจ้างบริษัทภายนอกเพื่อพัฒนาระบบ B
ข้อดี ระบบ มีความสามารถพัฒนาระบบได้ตรงตามข้อกำหนดคุณสมบัติทางเทคนิคและความต้องการ ของบริษัทที่ระบบยังมีความยืดหยุ่นในปรับแต่งได้ตามความต้องการโดยไม่กระทบ องค์กรสามารถพัฒนาไปยังอนาคตข้างหน้าได้ใช้ระยะเวลาติดตั้งและฝึกอบรมการใช้ งานน้อย
ข้อเสีย ราคาต้นทุน/ค่าบำรุงรักษาระบบค่อนค้างสูง

ผู้บริหารเลือกแนวทางที่ดีที่สุด
หลังจากหัวหน้าทีมงานได้เสนอแนวทางเลือก โดยจัดทำข้อมูลเปรียบเทียบและข้อเสนอแนะแก่ทีมผู้บริหาร โดยใช้กฎเกณฑ์การให้น้าหนัก (คะแนน) ดังตารางต่อไปนี้

สรุปผลการประเมินโดยทีมงานผู้บริหาร
ทางทีมงานผู้บริหารได้พิจารณาตัดสินใจเลือกแนวทางการว่าจ้างบริษัทติดตั้งระบบ B เนื่องจากมีความเหมาะสมและตรงกับความต้องการมากที่สุดนอกจากจะช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดาเนินงานแม้ว่าราคาค่าติดตั้งจะค่อนค้างสูง แต่ก็มีความคุ้มค่าในการลงทุนแล้วแล้วยังสามารถพัฒนาไว้ใช้งานในระยะยาว

ขั้นตอนที่ 2 การเริ่มต้นและวางแผนโครงการ
เป้าหมาย
นำระบบสาระสนเทศเพื่อการบริหารงานการคลังมาใช้งานในบริษัทเพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า

วัตถุประสงค์
โครงการพัฒนาระบบการคลังมีวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานเพื่อ วิเคราะห์ ออกแบบ และพัฒนาให้เป็นระบบงานขายที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ ได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ

ขอบเขตของระบบ
โครงการพัฒนาระบบการสั่งจองรถยนต์ได้มีการจัดทำขึ้นโดยการว่าจ้างบริษัท B มารับผิดชอบโครงการพร้อมกันนี้ได้กำหนดขอบเขตของระบบนี้มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
· ระบบจะต้องแบ่งการทำงานอย่างชัดเจน แต่ข้อมูลสามารถเชื่อมโยงกันได้
· ระบบจะต้องรองรับการทางานแบบ Multi-User ได้
· ระบบจะต้องใช้งานง่ายและสะดวก
· ระบบจะต้องเกิดข้อผิดพลาดน้อยที่สุดต่อการทำงาน
· ระบบจะต้องมีความถูกต้องและแม่นยำมากที่สุด

ปัญหาที่พบจากระบบเดิม
· การเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้าและการค้นหาข้อมูลของลูกค้าเกิดความซ้ำซ้อน
· การจัดเก็บข้อมูลของสินค้าไม่เป็นระบบ
· ข้อมูลที่ได้ไม่มีความชัดเจนและแน่นอน
· เนื่องจากเป็นระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลอยู่ตลอดเวลาทำให้ข้อมูล เกิดความเสียหายและสูญหายได้
· ยากต่อการหาข้อมูล
· การทำงานของพนักงานแต่ละฝ่ายไม่มีความแน่นอน

ความต้องการในระบบใหม่
- ความรวดเร็วของระบบใหม่ในการทำงาน
- สามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับรายการสินค้าและตรวจสอบข้อมูลได้
- สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข เปลี่ยนแปลงข้อมูลได้
- สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
- การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของพนักงานทุกฝ่าย

ประโยชน์ที่ได้รับจากระบบใหม่
- บริษัทสามารถตรวจสอบ รายการเพิ่ม ลบ แก้ไข ข้อมูลสินค้าได้
- บริษัทสามารถทราบยอดการเบิกสินค้าออกจากคลังได้
- บริษัทมีผลการดำเนินการที่ดีขึ้น
- ขั้นตอนการทำงานของระบบการคลังในบริษัทที่มีความรวดเร็ว
- ลดระยะเวลาในการทำงาน
- การทำงานของพนักงานเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

แนวทางในการพัฒนา
                การพัฒนาระบบของบริษัท Fruity Canned จำกัด เป็นการพัฒนาระบบในส่วนของการขายและในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สั่งซื้อสิ้นค้า ตรวจสต็อกสินค้า ซึ่งบางครั้งการทำงานของขั้นตอนต่างๆ อาจมีข้อมูลหรือเอกสารที่ซับซ้อนกันหลายขั้นตอน ดังนั้นจึงได้วิเคราะห์ระบบใหม่เพื่อความสะดวกและมีประสิทธิภาพต่อการทำงาน เมื่อพิจารณาถึงขั้นตอนการดำเนินงานให้เหมาะสมกับบริษัทสามารถแบ่งได้ทั้งหมด 7 ขั้นตอน
                1. การค้นหาและเลือกสรรโครงการ
                2. การเริ่มต้นและวางแผนโครงการ
                3. การวิเคราะห์ระบบ
                4. กรออกแบบเชิงตรรกะ
                5. การออกแบบเชิงกายภาพ
                6. การพัฒนาและติดตั้งระบบ
                7. การซ่อมบำรุงระบบ

ขั้นตอนที่ 1  การค้นหาและเลือกสรรโครงการ ( Project Identification and Selection )
เป็นขั้นตอนในการค้นหาโครงการเพื่อพัฒนาระบบใหม่ให้เหมาะสมกับระบบเดิมหรือให้เหมาะสมกับองค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือต้องการระบบเพื่อนำมาใช้ในการบริหารงานในส่วนที่เกิดความบกพร่องของบริษัทเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดในการทำงานขององค์กร ดังนั้น จึงได้ยกตัวอย่างบริษัทที่ต้องการพัฒนาระบบ คือ บริษัท ธาราทิพย์ จำกัด ข้อมูลดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นในส่วนของระบบที่ต้องการแก้ไขคือ
-ระบบการคลัง

ขั้นตอนที่ 2 การเริ่มต้นและวางแผนโครงการ
เป็นขั้นตอนในการเริ่มต้นทำโครงการด้วยการเริ่มต้นจัดตั้งทีมงาน ซึ่งเราจะต้องกำหนดหน้าที่ให้กับทีมงานแต่ละคนอย่างชัดเจนเพื่อร่วมกันสร้างแนวทางเลือกในการนำระบบใหม่มาใช้งานและนอกจากขั้นตอนดังกล่าวแล้วยังมีขั้นตอนอื่นอีกมากที่เกี่ยวข้องซึ่งเราสามารถสรุปกิจกรรมในขั้นตอนได้ดังนี้
-เริ่มต้นทำโครงการ ก่อนเริ่มทำโครงการเราควรศึกษาระบบเดิมในการทำงานก่อน
-กำหนดวัตถุประสงค์หรือทางเลือกในการนำระบบใหม่มาใช้
-วางแผนการทำงานของระบบใหม่

ขั้นตอนที่ 3 การวิเคราะห์
1. ศึกษาขั้นตอนการทำงานของระบบเดิมว่าการทำงานของบริษัท  มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้อย่างไรและเหตุใดจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงระบบเดิม  และระบบที่เปลี่ยนแปลงนี้จะเปลี่ยนในส่วนของระบบการสั่งซื้อสินค้า
2. การรวบรวมความต้องการในระบบใหม่จากผู้ใช้ระบบ  ศึกษาหรือสอบถามข้อมูลของระบบเดิมจากพนักงานหรือผู้ใช้ระบบ
3. จำลองแบบความต้องการที่รวบรวมได้  เมื่อรวบรวมข้อมูลได้แล้วก็สามารถออกแบบจำลองดังกล่าวได้   ด้วยวิธีการใดก็ได้ที่นักวิเคราะห์ระบบนำมาใช้ในการทำงานของระบบ

ขั้นตอนที่ 4 การออกแบบเชิงตรรกะ
                เป็นการออกแบบขั้นตอนการทำงานของระบบในแต่ละส่วนงานหรือแต่ละแผนกของงาน  ซึ่งในการออกแบบระบบงานที่ได้ในแต่ละงานจะไม่เหมือนกันซึ่งอาจจะมีแบบฟอร์ม หรือผลลัพธ์ที่ได้เมื่อเราวิเคราะห์ระบบงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ขั้นตอนที่ 5 การออกแบบเชิงกายภาพ
                ในขั้นตอนนี้เป็นการทำงานของระบบในส่วนของเทคนิคของโปรแกรมหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการปรับปรุงระบบอาจจะเป็นระบบเครือข่าย  ฐานข้อมูล  โปรแกรมสำเร็จรูป  เพื่อให้ผู้ใช้งานระบบสามารถเข้าใจขั้นตอนการทำงานมากขึ้นและมีความรวดเร็ว  ซึ่งสิ่งที่ได้ในส่วนนี้จะเป็นแค่การออกแบบหลังจากนั้นจะทำการส่งให้โปรแกรมเมอร์ต่อไป

ขั้นตอนที่ 6 การพัฒนาและติดตั้งระบบ
              ขั้นตอนนี้จะนำข้อมูลเฉพาะในส่วนที่ต้องการออกแบบของระบบมาทำการเขียนโปรแกรม เพื่อให้เป็นไปตามคุณลักษณะที่ต้องการของระบบงานใหม่ อาจนำโปรแกรมที่เขียนสำเร็จรูปแล้วมาใช้งานในระบบก็ได้ หลังจากเขียนโปรแกรมแล้วเราก็ควรทำการทดลองว่าโปรแกรมใช้งานได้เหมาะสมกับการทำงานของบริษัทหรือไม่ ซึ่งในขั้นตอนนี้มีกระบวนการทางานดังนี้
1. เขียนโปรแกรม
2. ทดสอบโปรแกรม
3. ติดตั้งระบบ
4. จัดทำเอกสาร สรุปผลการทำงานของระบบ

ขั้นตอนที่ 7 การซ่อมบำรุงระบบ
              อาจจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการปรับปรุงระบบ เพราะหลังจากได้ระบบใหม่มาแล้ว เราก็นำเอาระบบที่ได้มานี้ทาการแก้ไขหากระบบที่ได้มาเกิดข้อผิดพลาด

ขั้นตอนที่ 3 การกำหนดความต้องการของระบบ
การกำหนดความต้องการของระบบ
เมื่อโครงการพัฒนาระบบตรวจเช็คสินค้าได้รับการอนุมัติจากการนำเสนอโครงการในขั้นตอนที่ผ่านมา ดังนั้น จึงเริ่มต้นด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบเดิม ในการกำหนดความต้องการครั้งนี้ ทีมงานเลือกใช้วิธีการออกแบบสอบถาม
ออกแบบสอบถาม
         บุคคลผู้ตอบแบบสอบถามคือ ผู้จัดการแผนกคลังสินค้า การใช้แบบสอบถามเพื่อเก็บข้อมูลในส่วนที่ต้องการพัฒนา เนื่องจากทีมงานสามารถควบคุมหัวข้อคาถามที่ต้องการรายละเอียดได้มากกว่าการสัมภาษณ์ไม่ต้องมีการจดบันทึกไม่รบกวนเวลาทางานของผู้จัดการแต่ละแผนกมากนักสามารถเก็บข้อมูลได้มากตามการตั้งคาถามในแบบสอบถามอีกทั้งผู้ตอบแบบสอบถามจะรู้สึกมีอิสระ
ข้อมูลและเอกสารของระบบงานเดิมที่รวบรวมได้ จากการที่ทีมงานได้เก็บรวบรวมข้อมูลของระบบเดิม ด้วยวิธีการออกแบบสอบถาม สามารถสรุปข้อมูลที่ได้รับดังนี้
1. ข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์ของระบบเดิม ทางบริษัทใช้ระบบเครือข่าย LANประกอบด้วย
1.1 เครื่องแม่ข่าย จำนวน 1 เครื่อง ใช้ซอฟต์แวร์เครือข่าย Windows Server 2008
1.2 เครื่องลูกข่าย จำนวน 20 เครื่อง ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 7 และซอฟต์แวร์สำหรับงานสำนักงาน Microsoft Office 2010 - แผนกคลังสินค้า ใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูประบบตรวจเช็คสินค้า
1.3 อุปกรณ์ต่อพ่วง ได้แก่ เครื่องพิมพ์เลเซอร์จำนวน 3 เครื่อง
2. ความต้องการของระบบใหม่
2.1 สามารถตรวจสอบสินค้าได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ
2.2 ระบบสามารถประเมินยอดของสินค้าได้ว่าต้องสั่งซื้อสินค้าเพิ่มเท่าใด อะไรบ้าง โดยดูจากจำนวนสินค้าคงเหลือในคลัง
2.3 ข้อมูลในระบบสามารถเชื่อมโยงไปยังแผนกอื่นๆได้ แต่จะต้องทาการเข้า Login ก่อน
2.4 สามารถค้นหาข้อมูลได้รวดเร็วและน่าเชื่อถือ
3. ความต้องการของผู้ใช้ในระบบใหม่ จากแบบสอบถามและการสัมภาษณ์ ทางทีมงานสามารถสรุปความต้องการในระบบใหม่ได้ ดังต่อไปนี้
3.1 สามารถตรวจสอบสินค้าในคลังได้รวดเร็วและถูกต้อง
3.2  ตรวจเช็คการสั่งซื้อ การเบิกจ่ายได้เร็ว
3.3 ตรวจสอบข้อมูลปัจจุบันและข้อมูลย้อนหลังได้
3.4 ข้อมูลของแต่ละแผนกสามารถเชื่อมโยงกันได้
3.5 สามารถเพิ่มเติม แก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้
3.6 สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว

ขั้นตอนที่ 4 แบบจาลองขั้นตอนการทางานของระบบ

จงอธิบาย Dataflow Diagram Level จาก Context Diagram สามารถแบ่งขั้นตอนการทำงานภายในระบบออกเป็น 2 ระบบ ดังนั้นจึงแยก Process ที่เกี่ยวข้องกับระบบ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

ระบบการสินค้ามีการทำงานมีการในระบบดั้งนี้
-พนักงานจะเป็นผู้กรอกข้อมูลรายการสินค้าที่สั่งซื้อ,ใบสั่งของ,ใบรับของ,ยอดรวมค่าสินค้า,เช็คสินค้าในระบบ,ร้องขอการพิมพ์รายงานในระบบ,ตัวระบบจะสั่งข้อมูลรายการสั่งซื้อ
-ค่าสินค้า,รายการสินค้าในคลังและการการสินค้าคงเหลือ ตอบกลับมา
-หัวหน้า เรียกดูข้อมูลการสั่งซื้อ,ยอดค่าใช่จ่ายผ่านระบบตัวระบบจะส่งข้อมูลตอบกลับมา

Level 0

อธิบาย Level 0 ใน Level นี้ มีการทางาน2ระบบใหญ่ดั้งนี้
 1. สั่งซื้อสิ้นค้า
- พนักงานบันทึกรายการสินค้าที่สั่งซื้อให้กับระบบ ระบบจะทำการบันทึกข้อมูลในแฟ้ม ข้อมูล  D2
 - พนักงานตรวจสินค้าในระบบโดยไปดึกข้อมูลจากแฟ้มข้อมูล D1 และ D3 แล้วระบบจะแจ้งรายการสินค้า 2.0ในคลัง
- พิมพ์รายงาน หัวหน้าพิมพ์รายงานการสั่งซื้อโดยระบบจะไปดึงข้อมูลจากแฟ้ม D2และรายงานผลให้กับหัวหน้า

Level 1

อธิบาย Level 1
User กรอกข้อมูลไปที่ระบบตรวจสอบว่าข้อมูลว่าข้อมูลตรงกับข้อมูลในแฟ้ม User หรือไม่ถ้าข้อมูลถูกต้องก็ส่งข้อมูลไปว่าส่งข้อมูลสำเร็จถ้าข้อมูลไม่ถูกต้องก็จะแจ้งกับไปที่ User  ว่าข้อมูลไม่ถูกต้องถ้ามีการแก้ไขข้อมูลในระบบระบบจะทำการอัพเดทข้อมูลที่แก้ไขแล้วเข้าไปในแฟ้ม User แล้วก็ยืนยันการแก้ไขข้อมูลเข้าไปยัง User ถ้ามีการ Logout ก็จะ Logout เข้าไปสู้ระบบระบบก็จะทำการยืนยันการ Logout ไปที่ Use

คลังสินค้า

Dataflow Diagram Level 1 of Process 2.0 แผนกคลังสินค้า
Process 2.0 ระบบสั่งซื้อสินค้า มีขั้นตอนการทำงานย่อยภายในทั้งหมด 4 ขั้นตอนหรือ 4 Process ดังนี้
Process 2.1 ตรวจสอบสินค้า แผนกคลังสินค้าจะเข้าไปเช็คสินค้าในคลังในระบบตัวระบบจะไปตรวจสอบรายการสินค้าในคลังในแฟ้มข้อมูลสินค้าคงเหลือผ่านระบบตรวจสอบสินค้า หลังจากนั้นระบบจะส่ง รายการสินค้าคงเหลือให้กับคลังสินค้า
Process 2.2 สั่งซื้อสินค้า แผนกคลังสินค้าป้อนรายการสินค้าที่สั่งซื้อเข้าระบบ ตัวระบบจะดึงข้อมูลสั่งซื้อในแฟ้มข้อมูลสั่งซื้อและข้อมูลสินค้าในแฟ้มข้อมูลสินค้าผ่านระบบสั่งซื้อสินค้า แล้วตัวระบบจะส่งใบส่งของไปให้ระบบตรวจรับสินค้า
Process 2.3 ตรวจรับสินค้า ระบบจะรับใบสั่งของจากระบบสั่งสินค้า และรับใบรับของจากคลังสินค้าเข้ามาในระบบ แล้วระบบจะตรวจเช็คสินค้าตามใบสั่งของและใบรับของผ่านระบบ หลังจากนั้นระบบจะส่งรายการสินค้าที่ได้รับและรายการสินค้าที่ไม่ได้รับมาให้คลังสินค้า และส่งยอดรวมค่าสินค้าไปให้ระบบชำระสินค้า
Process 2.4 ชาระสินค้า ระบบจะได้รับยอดรวมค่าสินค้าจากระบบตรวจรับสินค้า แล้วระบบจะออกใบเสร็จสินค้าที่ต้องชำระไปให้คลังสินค้า

โครงสร้างฐานข้อมูล
ตารางUser

ตาราง Product

ตาราง Order

ตาราง Inventories

ER Diagram

ขั้นตอนที่ 5 การออกแบบ User Interface
1.หน้า Login เพื่อเข้าสู่ระบบการทำงาน



2.หน้านี้คือเมื่อเข้าสู่ระบบจะเข้าสู่ระบบการทำงาน มี 4 ส่วนคือ
-   ระบบการสั่งซื้อสินค้า
-   ระบบตรวจสอบสินค้า
-   ระบบตรวจรับสินค้า
-   ระบบชำระสินค้า

3.โปรแกรมดูรายละเอียดสินค้าและตรวจสอบสินค้าในคลังสินค้า


4.หน้าโปรแกรมการสั่งซื้อสินค้าของบริษัทถ้าบริษัทต้องการสั่งซื้อสินค้าต้องเข้าไปกรอกข้อมูลการสั่งซื้อสินค้าในหน้านี้


5. หน้าการตรวจสอบการรับสินค้าว่าสินค้าว่าครบหรือไม่ ถ้าครบทำการตกลงให้ข้อมูล

6. หน้านี้คือขั้นตอนการชำระเงิน

ขั้นตอนที่ 6  การพัฒนาและติดตั้งระบบ
ขั้นตอนนี้จะนำข้อมูลเฉพาะในส่วนที่ต้องการออกแบบของระบบมาทาการเขียนโปรแกรมเพื่อให้เป็นไปตามคุณลักษณะที่ต้องการของระบบงานใหม่อาจนาโปรแกรมที่เขียนสำเร็จรูปแล้วมาใช้งานในระบบก็ได้หลังจากเขียนโปรแกรมแล้วเราก็ควรทำการทดลองว่าโปรแกรมใช้งานได้เหมาะสมกับการทำงานของบริษัทหรือไม่ ซึ่งในขั้นตอนนี้มีกระบวนการทำงานดังนี้
· เขียนโปรแกรม
· ทดสอบโปรแกรม
· ติดตั้งระบบ
· จัดทำเอกสาร สรุปผลการทำงานของระบบ

ขั้นตอนที่ 7 การซ่อมบำรุงระบบ
อาจจะเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการปรับปรุงระบบ เพราะหลังจากได้ระบบใหม่มาแล้ว เราก็นำเอาระบบที่ได้มานี้ทำการแก้ไขหากระบบที่ได้มาเกิดข้อผิดพลาดแผนการดำเนินงานของโครงการแผนการดำเนินงานของโครงการที่ต้องการวิเคราะห์ระบบที่มีการเปลี่ยนแปลง คือ ระบบการสั่งจองสินค้า และส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องมีดังต่อไปนี้
- ทีมงานผู้รับผิดชอบโครงการ
- ประมาณการใช้ทรัพยากร
- ประมาณการใช้งบประมาณ
- ประมาณระยะเวลาดำเนินงาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น